2006/May/03

มาถึงเผ่าผู้ร้ายของเกม High Elves ???

ข้าเองก็ไม่เคยเห็นหรอกว่าเมืองของพวก "พรายเจ้า" นั้นเป็นอย่างไร แต่ทว่า ท่าน Thian ( ธิอัน ) เคยได้รับการช่วยเหลือในขณะที่ออกเดินทาง ข้าจึงได้เชิญท่านมาบรรยายเหตุการณ์ในตอนนั้นให้ฟัง เชิญท่าน ธิอัน

เรื่องมันค่อนข้างจะนานมาแล้ว ในตอนนั้นข้าได้รับราชโองการจากองค์จักรพรรดิ์ให้เดินทางไปป่า ลอร์เลน เพื่อไปเชื่อมสัมพันธไมตรีกับพวก วู้ดเอล์ฟ แต่ข้ากลับหลงป่าอยู่นานแรมเดือน ในขณะที่เสบียงอาหารได้หมดลงไปแล้ว ข้าจึงต้องออกหาของป่าและเปลือกไม้กินเพื่อประทังชีวิต จนกระทั่งวันหนึ่งที่ข้ากำลังนอนพักอยู่ในป่าที่เงียบสงัด ข้าก็ได้ยินเสียงผู้คนคุยกันเล็ดลอดผ่านกิ่งไม้ใบหญ้าที่เอนไหวไปตามลม เสียงที่พวกเขาคุยกันนั้นแม้จะแผ่วเบาสักเพียงไรข้าก็ได้ยิน นั่นเป็นภาษาที่ชาวเอล์ฟใช้พูดคุยกัน ด้วยความดีใจที่เดินทางมาถึง ผนวกกับความดีใจที่ได้รอดตายจากการหลงป่า ทำให้ข้ารีบวิ่งไปตามทางเสียงนั่น ข้าตะโกนไปพร้อมกับที่วิ่งเพื่อจะบอกให้ชาวเอล์ฟที่อยู่สุดปลายเสียงนั่นได้รับรู้ว่า " ข้า อยู่ที่นี่ "

ทันใดนั้นเองก็ได้มีลูกธนูพุ่งลอดกิ่งไม้ใบหญ้า มันหักหลบทุกสิ่งที่ขวางทางมันราวกับนำวิถี โดยที่จุดหมายของมันก็คืออกของข้าเอง

ความเจ็บปวดผนวกกับความเหนื่อยล้า ทำให้ข้าล้มกลิ้งไม่เป็นท่า สติของข้ากำลังเลือนลาง แต่เสียงของชาวเอล์ฟที่ข้าได้ยินกลับดังขึ้น พวกเขากำลังวิ่งมาทางนี้ข้ารู้ ลูกธนูที่ปักอกข้านี่ก็คงเป็นฝีมือของพวกเขาเป็นแน่ คอของข้าที่หมดแรงพยุงศีรษะทำให้ข้าต้องหันออกไปด้านข้าง ข้าสังเกตุได้เห็นเสื้อผ้าที่สกปรกมอมแมมราวกับว่าตัวข้านั้นเป็นสัตว์ป่า ทำให้ข้าเข้าใจทุกอย่าง ก่อนที่สติข้าจะหมดลง ข้าได้มองเห็นเอล์ฟหนุ่มคนหนึ่งเข้ามาพยุงและพยายามตะโกนเรียกสติข้าเอาไว้ แต่ทว่า ข้าไม่สามารถครองสติไปได้มากกว่านี้แล้ว

หลังจากนั้น ข้าก็ได้ตื่นจากความฝันอันยาวนานที่คิดว่าได้พบกับท่านซิกมาร์ ข้ามองไปรอบ ๆ ก็ได้เห็นทิวทัศน์ที่ไม่คุ้นเคย ที่นี่คือสวรรค์หรือ ? ข้ามองออกไปทางหน้าต่าง เห็นเมืองที่งดงามราวกับทองคำ มีธารน้ำไหลรอบเมือง มีน้ำตกและน้ำพุที่สร้างขึ้นอย่างวิจิตรงดงามอยู่รายรอบ ผู้คนในเมืองที่หน้าตางดงามราวกับเทวดาและนางฟ้าต่างสวมชุดสีขาวสลับฟ้า ทันใดนั้นเอง ความรู้สึกเจ็บที่อกที่แปลบขึ้นมา ทำให้ข้ารู้ว่าที่นี่ไม่ใช่ความฝัน และข้ายังไม่ตาย

เสียงอุทานเจ็บแผลที่อกของข้าคงจะดังไปถึงข้างนอก จึงมีคนเดินเข้ามาหาข้า เขารู้ว่าข้าเป็นใครและเดินทางมาจากจักรวรรดิ์ จากนั้นเขาก็อธิบายเรื่องราวต่าง ๆ ให้ข้าฟัง ข้าหลับไปเต็ม ๆ ถึงสามวันสามคืนหลังจากที่ถูกลูกธนูของเอล์ฟหนุ่มผู้หนึ่งเข้า เขาได้พาเอล์ฟหนุ่มผู้นั้นมาหาข้าด้วย ด้วยสีหน้าที่เศร้าหมองทำให้ข้ารู้ว่าเขารู้สึกผิดเป็นอย่างมาก แน่นอนข้าเองก็ไม่ได้ถือโทษเขา และเขาก็สัญญาว่าจะพาข้าเที่ยวชมเมืองเมื่อข้าหายดีแล้ว ภายหลังที่พวกเขาออกจากห้องไปเพื่อให้ข้าได้พักผ่อน ข้าก็เพิ่งจะนึกได้อย่างหนึ่งว่า " ข้าเดินทางมาผิดที่ จะไปหาพวก วู้ดเอล์ฟ แต่กลับกลายเป็นมาที่เมืองของชาว ไฮเอล์ฟ เสียได้นี่

ในวันที่ข้าหายดี ข้าได้เข้าเฝ้าท่าน อิมริค ท่านได้ตรัสว่า ไฮเอล์ฟนั้นเป็นพันธมิตรที่ดีต่อจักรวรรดิ์เรามายาวนาน เพราะเป็นฝ่ายที่ต่อต้านเคออสเหมือน ๆ กัน และได้สัญญาจะช่วยส่งคนนำข้าไปที่ลอร์เลนอีกครั้งในวันรุ่งขึ้น

พอข้าออกมาก็ได้พบกับเอล์ฟหนุ่มคนที่ยิงข้าอีกครั้ง เขามีทีท่าค่อนข้างจะอารมณ์เสียอยู่บ้างที่ข้าไม่รักษาสัญญากับเขาที่จะให้เขาพาชมเมืองในวันที่ข้าหายดี พอข้าขอโทษเขาและขอให้เขาพาชมเมืองในตอนนั้นเลย เขาก็เปลี่ยนท่าทีในทันที และฉุดแขนข้าวิ่งไปในทันที

ชาวเอล์ฟนั้นวิ่งกันค่อนข้างเร็วมากจนข้าแทบจะตามไม่ทัน เอล์ฟหนุ่มนั่นหันมายิ้มเยาะเหมือนจะดูถูกข้านิด ๆ ที่ข้าวิ่งช้า ข้าจึงรู้สึกโมโหขึ้นมาบ้างจึงฮึดวิ่งตามแสดงความอึด ( To 4 ) ให้เห็นกัน

พวกข้าวิ่งไปรอบ ๆ เมืองจนทั่วแล้วในที่สุดก็มาถึงจุดสูงสุดของเมืองที่มองเห็นเขตทหารได้ เอล์ฟหนุ่มคนนั้นก็พูดอย่างภูมิใจเกี่ยวกับกองทหารของตน และบอกว่าสักวันหนึ่งเขาจะเข้ากอทหารนั่นด้วย ด้วยความอยากรู้อยากเห็นของข้าจึงถามไปว่ากองกำลังของไฮเอล์ฟมีอะไรบ้าง เอล์ฟหนุ่มคนนั้นจึงได้ชี้และบอกข้าเป็นอย่าง ๆ ไป

- กองแรกเป็นกองทัพเดินพื้นทั่ว ๆ ไปของไฮเอล์ฟ จะมี Archers และ Spearmen โดยเฉพาะ Spearmen นั้นมีความสามารถในการต่อสู้ด้วยแถวที่ดีกว่า Spearmen ทั่ว ๆ ไป ( ได้ตีเพิ่มอีก 1 แถวของ Spearmen ทั่ว ๆ ไป ) และยังมี Lothen Seaguard ที่ถือทั้ง Spear และ Bow เข้าสู่สนามรบ แต่ทว่าหน่วยนี้มีค่อนข้างจะจำกัด ( จำกัดลงได้แค่ 1 ยูนิต เท่านั้น )

- กองกำลังเดินพื้นที่พิเศษขึ้นมาหน่อยก็จะมี Swordmasters นี่เป็นสุดยอดความภาคภูมิใจของชาวไฮเอล์ฟ ผู้ที่จะได้ชื่อว่าเป็น Swordmaster จะต้องมีทักษะในการใช้ดาบหรือกระบี่ที่สูงมากขนาดที่ต่อให้ถือ Great Weapon ก็กวัดแกว่งได้ราวกับเป็นอาวุธธรรมดา ( ยกเลิกกฎ Strike Last ตีตาม In เท่านั้น ) แน่นอนพวกที่จะเป็น Swordmaster ได้ก็มีน้อยเช่นกัน ( ลงได้ 1 ยูนิต ) กับอีกหน่วยที่แตกต่างกับ Swordmasters อย่างสิ้นเชิงคือ Shadow Warriors ที่มักจะเป็นพวกซุ่มโจมตีมากกว่า ( Scout , Skirmish ) พวกนี้ยังเกลียด ดาร์คเอล์ฟมากด้วยเช่นกัน ( แล้วเอล์ฟหนุ่มนั้นก็เงียบไปพักหนึ่ง )

- ต่อมาเป็นกองกำลังทหารม้า พวกเรามี Silver Helms เป็นกองกำลังหลัก ซึ่งก็คล้าย ๆ กับอัศวินทั่ว ๆ ไปของ Empire แต่จะมีแค่กองเดียวที่อนุญาตให้ถือ Magic Standard ออกรบได้ จะเรียกพวกนี้ว่า First Silver Helms กับอีกกองหนึ่งซึ่งจะพิเศษกว่ามากคือ Dragon Princes พวกเขาคือเจ้าชายมังกรที่ขี่มังกรเข้าสู้กัน แต่ทว่าหลังจากเคออสได้จุติลงมา พวกมังกรก็เข้าจำศีลกันหมด พวกเขาจึงต้องขี่ม้าที่ติดเกราะแบบพิเศษ ( ไม่ลด Mv แม้ติดเกราะ ) และสวมเกราะ Dragon Armour ( Immune fire base attack ) เข้าร่วมรบกับพวกเรา ( แน่นอน ลงได้ 1 ยูนิตเท่านั้น )

- กองกำลังสุดท้ายเป็นกองกำลังเสริม หรือจะเรียกว่าพิเศษสุดก็ได้ ( Rare ) เริ่มด้วยนวัตกรรมทางการยิงที่ดีที่สุดของเรา Repeater Bolt Thrower ที่ยิงได้พร้อมกันถึงหกลูกในการยิงเพียงครั้งเดียว ( เลือกที่จะยิงนัดเดียวทั่วไป หรือจะยิงหกลูก St 4 -2 Sv ) Phoenix Guard ที่ติดเกราะหนัก ถือ Halberd อันน่ากลัว ( Fear ) และ White Lions ที่กล้าหาญ ( Stubborn ) และชำนาญในการต่อสู้ในป่า ( Forests count ad Open Terrain ) ควงขวานสองมือรบได้รับชันชนะมานักต่อนักแล้ว แต่ทว่าพวกเขาไม่ใช่กองกำลังหลักจึงมีกันน้อยมาก ( ทั้งสองประเภทนี้แต่ละประเภทลงได้แค่อย่างละ 1 ยูนิต )

- เจ้าชาย อิมริค ของเราเป็นหนึ่งในผู้ที่ได้รับเกียรติยศแห่ง Pure of Heart สร้างขวัญและกำลังใจให้กับทัพได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ในการรบแต่ละครั้ง จำเป็นที่จะต้องมีอย่างน้อยหนึ่งคนที่ได้รับเกียรติยศอันนี้ ( ราคา 0 ตัวเองและยูนิต Immune Panic แต่ถ้าตาย คู่ต่อสู้ได้ 100 VP ) นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับเกียรติยศอย่างอื่นอีกมากมาย ที่สร้างและมอบพลังแก่ผู้ที่ได้รับนั้น ๆ

- Magic Item ของที่พวกเราใช้นั้นสามารถใช้ได้ในราคาที่ถูกกว่าทัพอื่น ๆ ราว ๆ 20% ( โกง ) ทำให้เหล่าฮีโร่และลอร์ดของเราสามารถถือความได้เปรียบในสงครามได้เป็นอย่างดี อีกทั้งจอมขมังเวย์ของเรายังมีเวทย์เฉพาะของพวกเราคือ High Magic ที่มีความรุนแรงและสามารถทำลาย Magic Item ของคู่ทิ้งได้โดยที่บางครั้งพวกนั้นอาจจะยังไม่เคยได้ใช้มันเลย

ข้าที่ฟังเอล์ฟหนุ่มคนนั้นพูดบรรยายเกี่ยวกับกองทัพของตนเองอย่างออกรสชาติจนท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดง เขาจึงได้หยุดเล่าและพาข้ามาส่งยังที่พัก เช้าวันรุ่งขึ้นเขาก็ได้ออกมาส่งข้าเช่นกัน ข้าจึงถามชื่อของเขาเอาไว้ ข้ารู้ว่าโดยทั่วไปแล้วชื่อของชาวเอล์ฟจะยาวมาก แต่ข้าก็จำได้ เขากล่าวลาพร้อมกับตะโกนชื่อด้วยน้ำตานองหน้าว่า " ชื่อของข้าคือ ลูซิอัน นามา ราห์เบีย " ข้าหวังว่าจะได้พบกับเขาในอีกสักวันนะ ลูซิอัน จากนั้นข้าก็ได้เดินทางไปทำภารกิจยังลอร์เรนต่อ

" นี่ก็เย็นแล้วนะท่าน ข้าคงต้องขอกลับไปทำภารกิจของข้าต่อแล้วล่ะ "

ท่าน ธิอัน กล่าวลาพวกเราก่อนที่จะเดินทางกลับไปที่โบสถ์ พวกเราหวังว่าคงจะได้ฟังเรื่องราวการเดินทางของท่านอีกในครั้งต่อไป

นอกเรื่องมานาน กลับเข้าเรื่อง ทัพไฮเอล์ฟครับ ผมมีโอกาสได้สู้ด้วยแค่สองครั้งเท่านั้นเอง แถมได้เล่นจบจริง ๆ แค่รอบเดียว อีกรอบไม่จบ ติดธุระไปก่อน ให้ชาวบ้านเล่นแทน

- ข้อดีครับข้อดี เมจิคไอเท็มถูกมากครับ แล้วก็ดี ๆ ทั้งนั้น ของที่ใช้สู้ซึ่ง ๆ หน้าก็มี แต่ของใช้สู้แบบผู้ร้ายเยอะกว่า แถมโกงสุดๆ แนะนำเลย อย่าง ทาลิสมัน ที่ทำให้กองทัพเวทย์ของข้าศึกกลายเป็นง่อยถ้าจะร่ายเวทย์ใส่ยูนิตที่มีฮีโร่ใส่อยู่อย่าง Loremasters Cloak ที่ให้ 2+ Wsv ( โกงมาก ) Armour of the Gods ที่ใส่แล้ว ได้ +1 St และได้เกราะ 3+ Sv คอมโบกับ Honour Swordmaster ทำให้ Great Weapon กลายเป็นอาวุธปรกติ แถมได้ Killing Blow หรือจะเป็นพวกที่ติดแล้วร่ายเวทย์เป็น Bound Spell อย่าง Ring of Corin ที่ร่ายเวทย์สุดยอดของ High Magic ( ทำลายเมจิคไอเท็ม ) และ Ring of Fury ที่ยิง 2d6 St 4 Magic Missile ที่ถึงแม้จะพังไปตอนร่ายเสร็จก็คุ้ม ( ร่ายเสร็จทอย ถ้าออก 1 พัง ) แต่ถ้าหากคุณมี Archmage ล่ะก็ ทิ้งทุกสิ่งไว้ข้างหลัง หยืบหนังสือเล่มหนึ่งที่ชื่อ Book of Hoeth ขึ้นมา คุณจะร่าย IF ติดเป็นว่าเล่น ( ถ้าหน้าเต๋าออกแต้มซ้ำกันที่ไม่ใช่ 1 นับเป็น IF ) โดยเฉพาะหากมีใครสักคนร่าย Secound Sign of Amul เอาไว้แล้ว ( เหอ เหอ เหอ ) และเมจิคไอเท็มอื่น ๆ อีกมากมายไปหาอ่านเอาเองจะรู้ว่าโกงแค่ไหน

- ข้อเสียเหรอ To ครับ 3 ตั้งกะเบ๊ยันลอร์ด แล้วก็เรื่องการแรนด้อม General ครับ โอกาสได้ตัวที่ LD สูง ๆ มาเป็น General ค่อนข้างต่ำ แต่ถ้าเล่นเป็นทัพเวทย์จะแคร์ไปทำไม จริงมะ

- ข้อแนะนำครับ ถ้าคิดจะเล่นทัพเวทย์ คิดดี ๆ ก่อนครับ มันรุนแรงมากไม่ค่อยจะมีใครอยากเล่นด้วยนักหรอก โอกาสเสียเพื่อนสูง แต่ถ้าไม่มายด์กันก็ไม่เป็นไรครับ ( ยกเว้นจะวัดกันกับทัพกดดันทางเวทย์แบบสุด ๆ ด้วยกันอย่าง Thzeenth หรือ Slan Mage Priest และ Grey Seer ก็ตามใจครับ ) โกงครับโกง ผู้ร้ายชัด ๆ ไม่ใช่พระเอกแน่นอน

_________________
=============================
For the Sigmar !!!!
=============================

อาจจะรูปน้อยไปหน่อยแต่จะเอามาลงเพิ่มให้นะครับ

2006/Apr/30

เนื่องจากไม่มีเวลาเข้ามาเขียน+อกหักซ้ำแล้วซ้ำอีกผมเลยไม่มีอารมมาเขียนเท่าไรนัก

วันนี้จะเอาภาพบรรยากาศของเกมและเวลาเล่นกันมาให้ชมล่ะนะครับ

นี่คือกองทัพhigh-elfกองทัพที่ขึ้นชื่อเรื่องของการใช้เวทมนต์ด้วยลักษนะของเอลฟ์ชั้นสูงที่ใช้เวทมนต์และอาวุธต่างๆภายใต้วัฒนะธรรมชั้นสูงนักรบทุกคนจึงมีการแต่งกายที่ดูหรูหราและสามารถต่อกรกับกองทัพต่างๆในโลกของwarhammerได้อย่างไม่ยากเย็นนัก

นี่คือกองทัพแห่งอาณาจักรbretoniaเป็นอณาจักรแห่งอัศวินอย่างแท้จริงมีวิธีการรบที่มีเกียรติในแบบอัศวิน นักรบทุกคนจะได้รับพรจากพระเจ้าองค์ราชาและหญิงอันเป็นที่รักเนื่องจากพรเหล่านี้เป็นจุดเด่นที่ผู้เล่นสามารถเลือกความสามารถจากพรต่างๆให้กับนักรบของท่านได้จึงทำให้นักรบของท่านสามรถใช้พรต่างๆเพื่อการทำสงครามให้ได้รับชัยชนะได้โดยไม่ยากเลย

เอาแค่นี้ก่อนเน้อแล้วจะมาเขียนต่อคับง่วงแล้ว

2005/Nov/09

คำขอโทษจากผู้ชายเลว ๆ คนนี้

.......................................................


ผมตัดสินใจเลือกทาง..เดินในทางที่ผมต้องการ ..

แต่ผมก็ไม่อาจจะคาดการณ์ได้เลยว่า

ทางเดินที่ผมเลือกมันดีที่สุดสำหรับผมแล้วจริง ๆ

ผมพึ่งทำให้.....ผู้หญิงที่รักผมมากที่สุด..ช้ำใจ

และเธอก็คง..ไม่เข้าใจเหตุผลของผมหรอก

ผมคบกับเธอมา 5 ปี มันเป็น 5 ปีที่มีความสุขนะ.....

เธอเป็นผู้หญิงที่น่ารัก...นิสัยดี....

ไม่ขี้น้อยใจ...ไม่ขี้งอน...เอาใจเก่ง

คุยสนุก...ชอบดูการ์ตูน...อาจดูเธอ ต๊องๆ เป็นบางที

ที่สำคัญ เธอรักผมมากที่สุด

มาถึงวันนี้ ถ้าหากถามว่าผมเสียใจไหมที่คบกับเธอ

ผมตอบได้เลยว่าไม่เคยคิดว่ามีคำนั้นอยู่ในหัวของผมเลย

ก็เธอออกจะน่ารักซะขนาดนั้น

ทางบ้านของผม....รุมรักเธอกันหมดทุกคน

(บางทีผมก็แอบน้อยใจ ดูเหมือนทุกคนจะรักเธอ มากกว่าผมซะอีก)

แต่แล้ว...ผมก็เลือก...ที่จะทิ้งเธอ

วันที่ผม บอกเธอ ..... เธอนั่งร้องไห้ ..

เธอร้องไห้ และก็ร้องไห้

เธอถามเหตุผลว่าเธอทำตัวไม่ดีตรงไหน ..

ผมจึงเลือกที่จะทำกับเธอแบบนี้

ผมตอบไม่ได้ ..

เธอไม่ได้ทำตัวไม่ดี....แต่ผมต่างหาก...ที่มันแย่เอง

........

ผมเลือกที่เดินจากเธอไป....

เพียงเพราะ..คนที่ผมเคยรักเค้ากลับมา

มันไม่ใช่เรื่องแปลกหรอก เธอไม่ใช่คนแรกที่ผมคบด้วย (เรื่องนี้เธอก็รู้)

เพียงเพราะผมตัดใจจากรักแรกของผมไม่ได้...

เมื่อเธอคนนั้นกลับมา...

ผมจึงไม่รอช้า ที่จะย้อนกลับมาหาเธออีกครั้ง

ผมรู้เสมอว่า การกลับมาครั้งนี้ อาจดูเสี่ยง แต่ผมอยากจะขอเสี่ยงดู

เธอเคยหนีผมไปครั้งนึง....เพราะตอนนั้นเธอไม่เห็นค่าของผม

แต่ตอนนี้เธอกลับมา......

และผมหวังว่า ผมจะทำให้เธอไม่หนีไปไหนได้อีก

มาถึงวันนี้ ผม ก็เลือกคนที่ผมรอคอยมานาน

ผมรู้ว่ามันเป็นการกระทำที่แย่มากๆ อันนี้ผมรู้ดี

...แต่ผมห้ามใจตัวเองไม่ได้หรอก

ตอนนี้ ทางบ้านผมเอง ยังรับกับการตัดสินใจของผม

ผมรู้....ทุก ๆ คน ยังคงไม่เข้าใจความรู้สึกของผม

........

นับจากวันที่ผมทำให้เธอร้องไห้จนถึงวันนี้ ก็เกือบจะสามเดือนแล้ว

เธอไม่ติดต่อมาหาผมอีกเลย ผมโทรไปหาเธอก็ตัดสายทิ้ง

และตอนนี้เธอก็เปลี่ยนเบอร์ไปแล้ว......

แค่ผมทิ้งเธอ ผมก็รู้สึกแย่มากพอแล้ว

และยิ่งขาดการติดต่อจากเธอขนาดนี้ ...

ผมยิ่งรู้สึกแย่มากกว่าอีก...

เพราะผมไม่สามารถรู้ได้เลยว่าตอนนี้ เธอเป็นอย่างไรบ้าง....

มันอาจจะสายเกินไปที่จะขอโทษเธอ

เพราะวันที่ผมพูดคำนี้ กับเธอ เธอร้องไห้...

และบอกว่า คำพูดคำนี้ เธอไม่อยากจะฟัง...ไม่ต้องมาขอโทษเธอ

แต่ผมก็ยังอยากให้เธอรับรู้ อีกครั้งว่า ผมขอโทษเธอจริงๆ...

ไม่จำเป็นต้องให้อภัยผมหรอก....เพราะมันมีค่าเกินไปสำหรับผม....

ผมได้แต่ภาวนาอยู่ลึกๆ ในใจ ...

ขอให้เธอ...ได้รับรู้ความในใจของผมบ้างก็เท่านั้น

คำขอโทษจากผู้ชายคนนี้....ไม่ได้หวัง...ให้เธออภัย

แค่อยากให้เธอรู้ไว้...เธอไม่ได้เป็นคนไม่ดี...คนที่ไม่ดีคือผมต่างหาก

..........................................................................................................................

มากพอแล้วสำหรับคำว่าลูกผู้ชาย.........สุดยอดครับ

จากkapook.com


edit @ 2005/11/10 14:51:47


edit @ 2005/11/10 14:53:52


อิสรา กิตติกุล
View full profile